ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ "บ้านทรัพย์ทวี"..... บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์และที่ระลึกคุณแม่เบ็ญจางค์ ทรัพย์ทวี...แม่และย่าผู้แข็งแกร่ง...แม่และย่าอันเป็นที่รักของลูก ๆ หลาน ๆ แม่และย่าที่รักลูก ๆ หลาน ๆ สุดหัวใจ.....ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ขอเพียงได้อยู่กับลูก ๆ หลาน ๆ แม่และย่าคนนี้ก็มีความสุขแล้ว.......


แม่ คำ ๆ นี้ผมไม่ทราบว่าใครจะคิดอย่างไร? หรือให้ความสำคัญเท่าไร? แค่ไหน? แต่สำหรับผมกับพี่ ๆ ทั้งสองคนแล้ว แม่คือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะลำบากยากจนข้นแค้นเท่าไร... แม่กัดฟันสู้ไม่เคยท้อถอย....แม่เลี้ยงลูกชายทั้งสามคนมาโดยลำพัง อดบ้างอิ่มบ้าง แม่ไม่เคยทอดทิ้งลูกๆ มีแต่จะอบรมสั่งสอนให้ลูก ๆ ขยันเรียน ตั้งใจทำมาหากิน อย่าเกียจคร้าน

แม่ลำบากมามาก พอลูก ๆ โตขึ้นพอที่จะมีการมีงานทำ จะได้ช่วยเลี้ยงดูอุปถัมภ์แม่บ้าง แม่กลับต้องมาลำบากมากขึ้น เมื่อผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็ก ต้องมาประสพอุบัติเหตุ ทำให้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม่จึงต้องดูแลผมทุกอย่าง ไม่ว่าจะอาหารการกิน การขับถ่าย โดยมีพี่ ๆ ทั้งสองคนต้องรับภาระส่งเสียเงินทอง


ต่อมาเมื่อแม่เริ่มดูแลผมไม่ไหว ผมจึงตัดสินใจไปบำบัด รักษาตัวที่วัดวังขนายทายิการามเมื่อเดือน กย. 50 ช่วงนี้จึงพอที่จะทำให้แม่ได้สบายขึ้นบ้าง เพราะสถานที่แห่งนี้มีคนคอยช่วยเหลือดูแลอยู่เป็นประจำ ทั้งตัวแม่และตัวผมเอง อยู่ที่นั่นได้ปีกว่าก็ย้ายกลับตราดเมื่อเดือน มี.ค 52

 

ช่วงเวลาความสุขช่างแสนสั้น


กลับมาอยู่ตราดก็มีหลาน ๆ มาเที่ยวมาเล่นกับย่าบ้าง ก็ทำให้ย่าได้มีความสุข สนุก สดชื่นขึ้นบ้าง ถึงแม้เจ้าเต๊ะหลานชายจะอยู่ห่างไกลไปบ้าง ผมก็พูดคุยกับแม่ตลอดว่าพี่ตุ๋ยพ่อของเจ้าเต๊ะต้องทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาว่างพอที่จะพาเจ้าเต๊ะมาหาย่าได้..ย่ารู้...ย่าเข้าใจ....... ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ย่าก็รักลูกรักหลานเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง.........T_T

 

10 ต.ค. 52......
แม่ป่วยมาก ต้องเข้า รพ. เนื่องจากคืนวันที่ 9 แม่ไม่นอนเลย เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง ไปจนกระทั่งตี 5 ของคืนนั้น (เช้าวันที่ 10 ต.ค.)แฟนผมตื่นมาชวนแม่ไปห้องน้ำ แต่แม่ไม่ไป บอกว่าปวดหัวแล้วก็ล้มตัวนอน รู้สึกผิดปกติเหมือนกัน แต่คิดว่าแม่คงเพลีย คงนอนหลับไปเพราะความเพลียที่อดนอน แม่นอนตั้งแต่เช้าไปจนถึงตอนหัวค่ำ ผมเห็นแม่นอนนานผิดปกติ จึงเรียกพี่หม่อง(อ.กนก)พี่ชายคนโตมารับแม่ไปส่ง รพ. เมื่อถึง รพ.แล้ว คุณหมอก็ได้ปฐมพยาบาล และทำการเอ๊กซ์-เรย์สมอง ผลที่ออกมาทำให้พี่ชายและแฟนผมถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หมอบอกว่า แม่ผมเส้นโลหิตฝอยในสมองแตกไปทั้งศีรษะ อันตรายมาก อาจจะรอดได้ แต่ก็ต้องพิการ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่เปอร์เซ็นต์น้อยมาก ขอให้ญาติ ๆ ทำใจไว้ คอยดูอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ทราบว่าแม่จะจากพวกเราไปตอนไหน.....พี่หม่องโทรหาพี่ตุ๋ยเพื่อบอกอาการ
......... T_T

พี่ตุ๋ยกับอ้อมมาในคืนนั้น อยู่พูดคุยกันและดูอาการของแม่จนกระทั่งห้าทุ่มกว่า ผมจึงบอกให้พี่ตุ๋ยเดินทางกลับ เพราะต้องขับรถกลับไปจันทบุรี โดยผมบอกให้พี่ชายทั้งสองคนไม่ต้องห่วง.......ผมจะเฝ้าแม่เอง...T_T

 

จวบจนนาทีสุดท้าย

แม่อยู่ รพ.ได้ 7 วัน ย่างเข้าวันที่ 8 ตอนเช้าวันเสาร์ที่ 17 ตอนตีห้า พยาบาลกับแฟนผมช่วยกันทำความสะอาดให้แม่ตามปกติ หลังจากเช็ดตัวทำความสะอาดให้แม่แล้ว แม่ก็ยังนอนหลับ..หลับสนิท....?????????? ซึ่งแม้แต่พยาบาลจะมาดูดเสมหะให้แม่ในตอน 6 โมงเช้า แม่ก็ยังไม่ตื่น ไม่ขยับตัว และดูดเสมหะอีกครั้งตอน 8 โมงกว่า แม่ก็ยังหลับแบบไม่มีความรู้สึกใด ๆ ซึ่งผิดปกติกว่าที่ผ่าน ๆ มา เพราะทุกครั้งที่ดูดเสมหะ แม่จะรู้สึกไม่ดีทุกครั้ง แต่ 2 ครั้งหลังนี้แม่หลับสนิท หมอและพยาบาลเริ่มเข้ามาดูอาการแม่....... ระบบหายใจยังทำงาน เพราะใช้เครื่องอ๊อกซิเยนช่วยหายใจ แต่ความดัน เริ่มผิดปกติ ลดลง สภาพภายในเริ่มแย่ หมอจะปั๊มหัวใจโดยใช้ยา (ซึ่งหมอคนแรกได้แนะนำเราไว้แล้วว่าถ้ายังไง ๆ ก็ควรปล่อยแม่หลับไปตามปกติ หมอจะไม่ใช้ยาช่วยพยุงไว้ เพราะแม่อายุมากแล้ว อาการค่อนข้างหนัก สภาพตอนนี้ยากที่จะฟื้นขึ้นมาได้) ผมบอกให้หมอหยุดก่อน และถามว่า ขณะนี้แม่ผมเหมือนกับหลับไปแล้วใช่ไหม? หมอบอกว่าใช่ ผมตัดสินใจบอกหมอว่าไม่ต้องปั๊ม ไม่ต้องทำอะไรให้แม่ทั้งนั้น ปล่อยให้แม่หลับให้สบาย เพราะปั๊มไปก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นหรือเปล่า และถึงฟื้นมา แม่ก็ต้องมาทรมานจากอาการป่วยอีกเหมือนเดิม ผมตัดสินใจให้แม่นอนหลับอย่างสบายดีกว่าที่จะต้องมาทรมานต่อไป... ผมสงสารแม่ที่ต้องโดนดูดเสมหะ ใส่สายอ๊อกซิเยนคาไว้...ผมนึกถึงคำของ แม่เคยสั่งไว้เมื่อตอนที่แม่ดีๆว่า "....ถ้าแม่เป็นอะไรไป ก็ให้ไปอย่างสบาย อย่าให้ทรมาน....." ผมจึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำของหมอคนแรกและบอกคัดค้านการให้ยา พร้อมกับโทรไปบอกพี่ชายทั้งสองคนให้ทราบถึงการตัดสินใจของผม ซึ่งพี่ชายทั้งสองคนก็เห็นด้วยกับผมตามคำสั่งของแม่.... หมอบอกแล้วแต่ญาติตัดสินใจ

พี่หม่องพาน้องพลอยกับน้องแพรมาหาย่าพร้อมกับมาเซ็นหนังสือคัดค้านการให้ยา

ผมโทรบอกพี่ตุ๋ย...พี่ตุ๋ยติดประชุมที่ กทม. ผมฝากข้อความไว้......." แม่ไม่ไหวแล้ว "

แม่แย่ลงเรื่อยๆ จากการเต้นของหัวใจที่ประมาณ 60 - 80 ครั้ง ลดลงจนต่ำกว่า 50 จนถึง40-38 ผมโทรบอกพี่หม่อง แม่ไม่ไหวแล้ว....

จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.10 น. การเต้นของหัวใจเริ่มลดลงเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว.....38.....25....35.....22.... 0 ตื๊ดดด....เสียงสัญญาณเครื่องดังขึ้น มันเหมือนอะไรกรีดแปล๊บที่หัวใจ...... แม่ไปแล้ว หลับไปอย่างสงบ ไม่มีอาการทรมานแต่อย่างใด.......แม่เหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนเสียทีนะแม่ หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงอะไร...T_T ... T_T... T_T

ผมโทรบอกพี่หม่อง..... พี่ตุ๋ย.... แม่ไปแล้ว..... T_T